โรงเรียนบ้านมะขามเอน

หมู่ที่ 7 บ้านมะขามเอน ตำบล ท่าเคย อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

086 1735248

อภิสราผู้ห้าวหาญ

อภิสราผู้ห้าวหาญ

อภิสราผู้ห้าวหาญ

อภิสราผู้ห้าวหาญ “ขออภัยคุณครูที่กำลังทำการสอนและนักเรียนที่กำลังทำการเรียน ขอเชิญเด็กหญิงอภิสรามาพบครูฝ่ายปกครองที่ห้องกิจการนักเรียนในเวลานี้ค่ะ

“อภิสราเด็กสาวที่มีความห้าวหาญ มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เธอมีความฝันว่าอยากเป็น ตำรวจหญิง เธออยากที่จะอยู่ในชุดเครื่องแบบเพื่อทำให้คุณปู่ของเธอภูมิใจ แต่ในชีวิตจริงเธอกับสร้างวีรกรรมไว้มากมายทำให้ครอบครัวและโรงเรียนต้องปวดหัวกับพฤติกรรมของเธอ”

“อภิสรา เธอสร้างเรื่องอีกแล้วนะ ถ้าเธอทำแบบนี้อีก อาจารย์จะขอไล่เธอออก”

“อาจารย์คะ แต่มันไม่ใช่ความผิดของหนูนะคะ”

“มันเป็นความผิดของเธออภิสรา ถ้าเธออยากจะเป็นตำรวจจริงๆเธอต้องใจเย็นกว่านี้”

อภิสราเธอเป็นคนที่มีความคิดว่าตัวเองจะต้องปกป้องทุกคนที่ทำถูกและเธอก็ยึดถือในความถูกต้องเป็นอย่างมาก เมื่อเธอเห็นใครทำผิดในสังคมเธอก็จะเข้าไปตักเตือนหรือบางทีอาจรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือ ซึ่งเธอภูมิใจทุกครั้งที่ได้ทำแบบนี้เพราะเธอรู้สึกว่าคนที่ทำผิดต้องได้รับการลงโทษ แต่ผลกระทบนั้นก็ตกลงมาถึงตัวเธอเพราะสิ่งที่เธอทำเป็นการทำลายชื่อเสียงของโรงเรียน เธอจึงถูกเรียกไปพบที่ห้องปกครองอยู่บ่อยๆ

“นาว พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำตัวแบบนี้อีกมันทำให้ทุกคนเดือดร้อน”

“หนูไม่ได้ทำอะไรผิด หนูทำในสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ”

“ฟังนะหน้าที่ของนาวก็คือตั้งใจเรียนนะ ไม่ใช่ไปหาเรื่องกับคนอื่นแบบนี้”

“หาเรื่องหรอพ่อ พ่อพูดมาได้ยังไงไอ้คนพวกนั้นน่ะมันเห็นแก่ตัวสมควรแล้วแหละที่มันจะโดนแบบนั้น”

“โดนทําร้ายร่างกายอ่ะหรอ นาวนั่นแหละคิดได้ยังไง เราไม่จำเป็นต้องไปทำร้ายร่างกายคนอื่น อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นพ่อจะให้นาวไปเรียนอยู่ต่างจังหวัด”

อริสราเธอมีชื่อเล่นว่า มะนาว แต่ครอบครัวเเละคนส่วนใหญ่จะเรียกเธอว่า นาว เธอมีปากเสียงกับพ่ออยู่บ่อยครั้งเพราะพ่อไม่เข้าใจอุดมการณ์ของเธอ พ่อมีความคิดเห็นต่างจากเธอเมื่อทั้งสองมาคุยกันจึงหาจุดตรงกลางไม่ได้ทำให้แต่ละครั้งที่เกิดการคุยกันทั้งสองคนไม่เคยเข้าใจซึ่งกันและกันเลย

ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วที่เธอไม่ได้มีปัญหากับคนภายในสังคมเพราะเธอกลัวว่าเธอจะถูกไล่ออกและตัวเธอเองก็ไม่อยากทะเลาะกับพ่อแบบนี้อีก เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงการไปในที่สาธารณะที่ต้องเจอผู้คนจำนวนมากหลายหน้าหลายตาและแตกต่างความคิด เธอจะฟังเพลงอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่อยากสนใจสิ่งรอบข้างว่าคนอื่นๆกำลังทำอะไร เธอใช้วิธีนี้มาตั้งแต่เกิดเรื่องจึงทำให้เธอสามารถเปลี่ยนเป็นจุดสนใจของตัวเองไปทางอื่นได้ แต่สุดท้ายก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง เมื่อชายคนหนึ่งผลักคุณยายที่ค่อนข้างชรามาถูกตัวเธอ ทำให้เธอล้มและได้รับบาดเจ็บไปด้วย

“บอกให้เอาตังค์มาไง เอาตังค์มาเดี๋ยวนี้”

“ยายไม่มีแล้ว ยายบอกว่ายายไม่มี ทำไมถึงไม่เชื่อยาย”

“ไม่จริง ยายเพิ่งกลับมาจากขายของทำไมจะไม่มีตังค์ อย่ามาโกหกนะ”

เมื่อเธอเห็นแบบนี้จึงไม่สามารถทนดูต่อไปได้ เธอเดินเข้าไปถามคุณยายว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น คุณยายได้เล่าให้เธอฟังว่าชายคนนั้นเป็นหลานของคุณยายและเขามาขู่เอาตังค์จากคุณยายเพื่อไปเล่นการพนันกับเพื่อนๆแต่ยายไม่สามารถให้ได้เพราะต้องเอาตังค์ไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ พอยายไม่ให้เรื่องราวก็เป็นแบบภาพที่เห็น

“เอาตังค์มาเร็วๆ ถ้ายังไม่ให้คืนนี้ยายไม่ต้องนอน ไม่ต้องขายมันแล้วของอ่ะขายแล้วไม่มีตังค์จะขายไปทำไม”

“เฮ้ยหยุด โตจนป่านนี้ยังจะขอตังค์ยายอีกหรอ ไม่อายชาวบ้านบ้างเหรอ”

“ปากดี เป็นเป็นใครวะถึงกล้ามายุ่งเรื่องของคนอื่น”

“แล้วทำไมวะ ทำร้ายร่างกายยายตัวเอง เป็นผู้ชายแต่ทำร้ายผู้หญิงต้องโตมายังไง”

“พูดงี้ต่อยกันเลยไหมล่ะ”

“ก็มาดิ ก็มาดิครับ”

หลังจากนั้นทั้งสองก็ทะเลาะวิวาทกันขั้นรุนแรงไม่มีใครยอมใครจนชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นต้องเข้ามาห้าม สุดท้ายทั้งสองคนก็ต้องไปไกล่เกลี่ยกันถึงโรงพักที่อยู่บริเวณนั้น เรื่องราวใหญ่โตได้ยินไปถึงพ่อของนาว เมื่อพ่อได้ยินแบบนั้นก็รีบมาหานะนาวถึงที่โรงพัก

“บุตรหลานของคุณทั้งสองคนทะเลาะวิวาทกัน สร้างความเสียหายให้กับข้าวของสาธารณะ ผมขอถามว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนเริ่ม”

ทั้งเธอและชายคนนั้นต่างให้เหตุผลเป็นของตัวเองว่าตัวเองนั้นไม่ได้ทำผิด แต่พยานที่สำคัญของเรื่องนี้ก็คือคุณยายโดยคุณยายได้ให้ปากคำกับตำรวจว่า

“หลานฉันค่ะ หลานฉันเป็นคนผิดหลานฉันทำร้ายร่างกายของฉัน เมื่อเด็กคนนี้มาเห็นเขาจึงทนไม่ได้เลยพยายามเข้ามาห้ามแล้วทั้งสองก็ทะเลาะวิวาทกันค่ะ”

“แล้วทำไมหลานของคุณยายต้องทำร้ายร่างกายคุณยายด้วยครับ”

“เพราะว่าเขามาขอตังค์ฉันไปเล่นการพนันกับเพื่อนๆ แต่ฉันไม่ให้เรื่องราวมันก็เลยเป็นแบบนี้ค่ะ”

เมื่อตำรวจได้ยินแบบนั้นตำรวจจึงตัดสินว่าชายคนนั้นเป็นฝ่ายผิดและต้องได้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่วนอภิสราคุณตำรวจได้ชื่นชมเธอว่าเป็นคนมีน้ำใจเข้ามาช่วยเหลือคนแก่และไม่นิ่งเฉยเมื่อเห็นความรุนแรงในสังคม แต่วิธีการของเธออาจจะยังไม่ถูกต้องซะทีเดียว เธอยังต้องได้รับการเรียนรู้อีกมาก

“หนู หนูชื่ออะไรนะ”

“อภิสราค่ะ”

“มีที่เรียนของตำรวจหญิงนะ เป็นโรงเรียนประจำสนใจไปเรียนไหม พอดีพี่เห็นว่าหนูน่าจะอยากเป็นตำรวจเพราะลักษณะนิสัยและความคิดดูเป็นคนที่ยึดถือความถูกต้องมากๆ”

“สนใจค่ะ รายละเอียดเป็นยังไงหรอคะ”

คุณตำรวจให้ใบใบนึงกับเธอมา ภายในมีรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนตำรวจหญิง ซึ่งเธอก็ได้นำใบนี้ไปให้พ่อของเธออ่าน

“พ่อคะนาวอยากไปเรียนจริงๆนะ นาวอยากเป็นตำรวจจริงๆพ่อก็รู้ใช่ไหม”

“เดี๋ยวพ่อขอลองคุยกับแม่ก่อนนะ”

2 วันต่อมาพ่อก็เดินมาบอกอภิสราว่าเตรียมตัวย้ายโรงเรียนไปเรียนโรงเรียนประจำได้เลย เมื่อเธอได้ยินคำนี้เธอดีใจเป็นอย่างมากที่เธอจะได้ไปเรียนโรงเรียนตํารวจหญิง ความฝันของเธอใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาเรื่อยๆเธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงตัดสินใจโทรไปหาคุณปู่และเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ปู่ฟัง